ผู้เขียน หัวข้อ: นมผึ้งรวมทั้งคุณค่าที่น่าสนใจแล้วก็ต้องทดลองหามาทานซักครั้ง  (อ่าน 16 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

14-03-2018 , 05:23:55
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 29866
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

นมผึ้ง เป็นผลผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวเหมือนน้ำนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นของกินหลักของผึ้งราชินีและก็ตัวอ่อนผึ้งเพื่อช่วยกระตุ้นสำหรับเพื่อการเติบโต หลายประเทศใช้นมผึ้งในฐานะยารักษาโรค อาหารเสริม และก็ยังรวมทั้งเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงและเครื่องแต่งหน้า
นมผึ้ง
นมผึ้งมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักราว 60-70% และก็อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆได้แก่ โปรตีน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และก็กรดอะมิโน นอกนั้น ยังเจอสารอื่นในนมผึ้ง เช่น กรดไขมันเอชดีเอ (10-Hydroxy-Trans-2-Decenoic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทสำหรับในการเติบโตของผึ้ง สารแอสิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความรู้สึกรวมทั้งกลไกแนวทางการทำงานของร่างกาย รวมทั้งฮอร์โมนเพศ เช่น เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน ฯลฯ ดังนี้สถานที่ ภูมิศาสตร์ รวมทั้งสภาพภูมิอากาศเป็นตัวแปรที่ทำให้องค์ประกอบของนมผึ้งแตกต่างออกไป คนไม่ใช่น้อยมั่นใจว่าการกินนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการวัยทอง กระตุ้นระบบภูมิต้านทานร่างกาย รักษาโรคเบาหวาน รวมถึงแผลเบาหวาน เป็นต้น อีกทั้งยังเชื่อกันอีกว่าถ้านำนมผึ้งทาที่หนังหัวบางทีอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบของเส้นผมอีกด้วย ซึ่งคำกล่าวอ้างพวกนี้จะเป็นจริงหรือไม่ แล้วก็มีหลักฐานทางด้านการแพทย์มาดน้อยเท่าใดที่จะช่วยยืนยันคุณประโยชน์ คุณประโยชน์ และก็ความปลอดภัยของนมผึ้งที่มีหน้าที่หรือส่วนช่วยสำหรับการรักษาโรคพวกนี้
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากนมผึ้งที่อาจมีต่อสุขภาพ
บรรเทาอาการวัยทอง อาการวัยทองคือปัญหาทางสุขภาพที่เกิดขึ้นอยู่กับหญิงวัยกลางคน นำไปสู่อาการหลายประเภท อาทิเช่น ช่องคลอดแห้ง แสบร้อนหรือคันในช่องคลอด เจ็บขณะมีเซ็กส์ ฯลฯ อาการดังที่กล่าวถึงแล้วสามารถทุเลาลงได้ด้วยการใช้สารหล่อลื่น แต่สารหล่อลื่นส่วนมากจะออกฤทธิ์ได้เพียงแต่ชั่วครั้งคราว ซึ่งนมผึ้งมีคุณสมบัติต่อต้านจุลชีวัน (Antimicrobial Activity) รวมทั้งมีคุณลักษณะคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน จากการเรียนโดยให้หญิงวัยทองที่แต่งงานแล้วอายุ 50-65 ปี ปริมาณ 90 คน กรุ๊ปหนึ่งใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้ง 15% กลุ่มหนึ่งใช้ฮอร์โมนทดแทนเอสโตรเจนจำพวกครีมยี่ห้อหนึ่ง และอีกกรุ๊ปใช้สารหล่อลื่นทาบริเวณช่องคลอดตรงเวลา 3 เดือน พบว่าครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งมีคุณภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเพศหญิงวัยทองได้มากกว่าอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับฮอร์โมนชดเชยเอสโตรเจนจำพวกครีมรวมทั้งสารหล่อลื่น ซึ่งจากผลของการทดลองอาจกล่าวได้ว่าการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและก็บรรเทาอาการวัยทองที่เกี่ยวข้องกับช่องคลอดของเพศหญิงวัยทอง และก็ทางผู้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยยังได้ระบุอีกว่าถ้าหากเพิ่มความเข้มข้นของนมผึ้งก็บางครั้งก็อาจจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นให้มากยิ่งขึ้นได้
ลดระดับไขมันในเลือด นมผึ้งมีส่วนประกอบของสารอาหารหลากหลายประเภท หนึ่งในนั้นเป็นกรดไขมันทางสายกลาง (Medium Chain Fatty Acid) รวมทั้งสารประกอบที่มีคุณลักษณะช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเรียนรู้ที่ให้เพศหญิงวัยทองสุขภาพดีปริมาณ 36 ผู้รับประทานนมผึ้งขนาด 150 มิลลิกรัม ตรงเวลา 3 เดือน โดยตรวจปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดรวมทั้งหัวใจ รวมทั้งระดับไขมันในเลือดอีกทั้งก่อนรวมทั้งหลังการทดลอง พบว่ามีการเปลี่ยนของระดับไขมันในเลือดอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยที่ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) น้อยลง 4.1% ระดับคอเลสเตอรอลรวม (TC) ลดลง 3.09% รวมทั้งระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ดี (HDL) มากขึ้น 7.7% จากผลของการทดลองอาจจะกล่าวว่าการรับประทานนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือดรวมทั้งอาจเป็นลู่ทางหนึ่งในการควบคุมอาการวัยทองที่เกี่ยวกับภาวะไขมันในเลือดสูง
ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีอีกการเรียนรู้หนึ่งที่ให้อาสาสมัครซึ่งมีภาวะไขมันในเลือดสูงประเภทไม่ร้ายแรงปริมาณ 40 คน รับประทานนมผึ้งขนาด 350 มิลลิกรัมวันละ 9 แคปซูล เป็นเวลา 3 เดือนก็ชี้ให้เห็นถึงระดับไขมันในเลือดที่น้อยลงเหมือนกัน ทั้งยังยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศ (Dehydroepiandrosterone Sulphate: DHEA-S) รวมทั้งลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดแล้วก็หัวใจได้อีกด้วย
บรรเทาอาการก่อนมีระดู อาการก่อนมีประจำเดือนมักมีผลในทางลบกับสุขภาพของเพศหญิง บางครั้งการรักษาโดยไม่ใช้ยาก็อาจช่วยบรรเทาให้อาการต่างๆดีขึ้นได้ ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งที่ให้นักศึกษาหมอปริมาณ 110 คน กินนมผึ้งขนาด 1,000 มก.วันละ 1 ครั้ง โดยเริ่มในวันแรกที่มีเมนส์ และก็กินตลอดจนถึงหมดประจำเดือนในรอบถัดไป พบว่าอาการก่อนมีเมนส์น้อยลง จากผลการทดสอบอาจพูดได้ว่าการรับประทานนมผึ้งต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 เดือน บางทีอาจช่วยทุเลาอาการก่อนมีระดูได้
รักษาแผลโรคเบาหวาน แผลเบาหวานเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้เจ็บป่วยเบาหวานที่ควบคุมอาการได้ไม่ดี โดยมากจะเจอแผลเบาหวานที่รอบๆเท้า โดยเฉพาะนิ้วโป้งเท้ารวมทั้งปลายฝ่าเท้า ซึ่งนมผึ้งประกอบไปด้วยสารประกอบฟีนอลิคทำหน้าที่ต้านทานอนุมูลอิสระ โปรตีนที่มีคุณลักษณะต้านเชื้อแบคทีเรีย และก็กรดไขมันเอชดีเอ ที่ช่วยต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ จึงคาดว่าบางครั้งอาจจะช่วยรักษาแผลโรคเบาหวานได้ จากการศึกษาชิ้นหนึ่งให้คนเจ็บที่มีแผลเบาหวานที่ได้รับการรักษาหลักตามธรรมดา ทายาที่มีความเข้มข้นของนมผึ้ง 5% ในบริเวณที่เป็นแผลและก็ปิดแผลด้วยแผ่นปิดแผลประเภทไม่มีเชื้อเป็นเวลา 3 เดือนหรือกระทั่งแผลจะหาย และมีการประมวลผลอาทิตย์ละ 3 ครั้ง พบว่าใช้เวลาเฉลี่ย 41 วันจึงทำให้แผลหายดี รวมทั้งค่าถัวเฉลี่ยของความยาว ความกว้าง และความลึกของแผลลดลงวันละ 0.35 มม. 0.28 มม. และก็ 0.11 มิลลิเมตรตามลำดับ จากผลการศึกษาวิจัยอาจพูดได้ว่านมผึ้งอาจมีคุณภาพเป็นลู่ทางหนึ่งในการรักษาแผลเบาหวานควบคุ่ไปกับการรักษาหลัก อย่างไรก็ตามผลการศึกษาวิจัยข้างต้นมีผู้เข้าร่วมการทดสอบเพียงแต่ 8 คนซึ่งอาจจะเล็กเกินไปที่จะสรุปสมรรถนะของนมผึ้งในการรักษาแผลเบาหวาน
แม้กระนั้นการศึกษาเล่าเรียนชิ้นหนึ่งได้บอกให้เห็นผลของนมผึ้งที่ไม่เหมือนกันออกไป โดยให้ผู้ที่มีแผลโรคเบาหวานป้ายยาซึ่งมีความเข้มข้นของนมผึ้ง 5% ในบริเวณที่เป็นแผลเป็นเวลา 3 เดือนหรือจะกว่าแผลจะหายอย่างเดียวกัน แต่ยังไม่อาจจะสรุปได้ว่านมผึ้งมีคุณภาพสำหรับการรักษาแผลเบาหวานได้มากกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่ใช้ยาหลอก
เพราะการเล่าเรียนทั้ง 2 ชิ้นข้างต้นแสดงให้เห็นผลสรุปของนมผึ้งที่ตรงกันข้ามกัน ก็เลยอาจยังไม่สามารถสรุปสมรรถนะของนมผึ้งในการรักษาแผลโรคเบาหวานได้อย่างชัดเจน จึงจำเป็นจะต้องศึกษาเล่าเรียนเพิ่ม
ทุเลาอาการอ่อนเพลียจากโรคมะเร็ง
อาการอ่อนเพลียที่มีต้นเหตุมาจากโรคมะเร็งมีสาเหตุจากการรักษาการฉายรังสีหรือแนวทางการทำเคมีบำบัดรักษา มักมีผลต่ออารมณ์ จิตใจ ร่างกาย และก็คุณภาพชีวิตของคนเจ็บ ซึ่งการกินยา การบำบัด หรือการบริหารร่างกายบางทีอาจช่วยทุเลาอาการลงได้ รวมถึงการรับประทานอาหารเสริม ตัวอย่างเช่น นมผึ้งก็อาจมีส่วนช่วยทุเลาอาการเช่นเดียวกัน ก็เลยสอดคล้องกับการศึกษาหนึ่งที่ให้คนไข้โรคมะเร็งอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 52 คน พบว่ากลุ่มที่กินน้ำผึ้งแปรรูปและก็นมผึ้งขนาด 5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตรงเวลา 4 อาทิตย์ มีอาการอ่อนล้าจากโรคมะเร็งดียิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่ัรับประทานน้ำผึ้งบริสุทธิ์ อย่างไรก็ดียังจำเป็นจะต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงหน้าที่ที่แท้จริงของนมผึ้งในการบรรเทาอาการอ่อนแรงจากโรคมะเร็ง
รักษาไข้ละอองฟาง
โรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิต้านทานของร่างกายตอบสนองอย่างหนักกับละอองเกสรดอกไม้หรือสารอื่นๆทำให้ผู้ป่วยมีลักษณะคัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา หูอื้อ ฯลฯ ซึ่งจากการศึกษาทดสอบโดยให้เด็กอายุ 5-16 ปี ที่เจ็บป่วยละอองฟาง จำนวน 80 คน กรุ๊ปหนึ่งรักษาด้วยการใช้การรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมผึ้งและอีกกรุ๊ปรับประทานยาหลอกตรงเวลา 3-6 เดือน รวมทั้งจนกระทั่งจะสิ้นสุดฤดูของเกสรดอกไม้ พบว่า 2 กลุ่มยังคงเจอลักษณะของไข้ละอองฟาง รวมทั้งหรูหราความร้ายแรงของอาการที่ไม่ได้แตกต่างกันมากสักเท่าไรนัก จากผลการศึกษาเรียนรู้อาจพูดได้ว่านมผึ้งบางทีอาจไม่มีประสิทธิภาพต่อการดูแลรักษาไข้ละอองฟางและไม่สามารถบรรเทาอาการต่างๆให้ได้ จึงยังควรต้องศึกษาเล่าเรียนเพิ่มอีกเกี่ยวกับความสามารถของนมผึ้งสำหรับเพื่อการรักษาไข้ละอองฟางที่แจ่มกระจ่างยิ่งขึ้น
ความปลอดภัยสำหรับการกินนมผึ้ง
การกินนมผึ้งออกจะไม่มีอันตรายถ้ารับประทานในจำนวนที่สมควร แต่ว่าก็มีโอกาสที่จะเป็นผลข้างๆได้ เป็นต้นว่า เลือดออกในลำไส้ ปวดท้อง หรือถ่ายเป็นเลือด ฯลฯ บางรายถ้าหากมีลักษณะอาการแพ้อย่างรุนแรงอาจจะส่งผลให้มีลักษณะอาการโรคหอบหืด คอบวม หรือถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งการใช้นมผึ้งทาที่รอบๆผิวหนังค่อนข้างจะปลอดภัย แม้กระนั้นไม่ควรทาบริเวณหนังศีรษะเพราะอาจจะเป็นผลให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน หรือมีอาการอักเสบ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : royal jelly

Tags : royal jelly,นมผึ้งสรรพคุณ