แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - postza221

หน้า: [1] 2
1
ยาบำบัดรักษาโรคสะเก็ดเงิน

ในการบำรุงรักษาโรคสะเก็ดเงินเป็น อีกความเจ็บป่วยหนึ่งที่สร้างความไม่มั่นใจในการดำเนินชีวิต ให้กับผู้เจ็บป่วย ซึ่งในการบรรเทาผู้เจ็บป่วยความเจ็บป่วยนี้ เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคภัยเรื้อรัง ผู้เจ็บป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อ ให้เกิดความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลจากยาบางชนิด สภาพอากาศ หรือแม้แต่พันธุกรรม ก็ส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้

แบบแผนในการปกป้องรักษาความเจ็บ ป่วยนี้จึงสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม หลัก ๆ ได้แก่ กลุ่มยาทา กลุ่มยารับประทาน และกลุ่มของยาฉีด ซึ่งการพิจารณาใช้ยาเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับอาการอักเสบทางผิวหนังของผู้เจ็บป่วย ซึ่งแต่ละกลุ่มสามารถอธิบายได้ ดังต่อไปนี้

  • ยาทา แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่


1) ยาทาในกลุ่มสเตียรอยด์  เป็นยาที่นิยมใช้ในการปกป้องรักษาโรคสะเก็ดเงินอาจมีรูปแบบของขี้ผึ้ง ครีม สารละลาย ซึ่งการเลือกใช้ยานั้นก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะอาการของผู้เจ็บป่วย ว่ามีอาการมากหรือน้อยเพียงใด เช่น หากผู้ป่วยเป็นผื่นหน้าตามร่างกาย มักใช้ยาในรูปแบบของขี้ผึ้ง หากผู้ป่วยมีลักษณะเป็นผื่นบางบริเวณหน้า หรือข้อพับต่างๆ  มักใช้ยาในรูปแบบของครีม หากมีผื่นหนาที่ศีรษะ มักใช้ยาในรูปแบบของครีมเหลว หรือครีมน้ำนมเพื่อให้ซึมเข้าสู่หนังศรีษะได้เป็นอย่างดี ข้อดี
2) ยาทากลุ่มน้ำมันดิน (crude coal tar or wood tars)  เป็นสารเคมีที่สกัดได้จากธรรมชาติเช่น ถ่านหิน หรือซากต้นไม้ที่ทับถมกันเป็นเวลานาน ที่มีชื่อเรียกว่า ไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon)  ซึ่งจะสามารถออกฤทธิ์เป็นเหตุให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินนี้หายได้ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำมันดินให้เลือกใช้ได้อย่างง่าย ๆ เช่น แชมพูผสมน้ำมันดิน (tar shampoo)           
3) ยาทากลุ่มแอนทราลินหรือดิทรานอล (anthralin or dithranol)เป็นสารเคมีที่สกัดจากผลไม้ตระกูลถั่วที่มีในทวีปอเมริกาใต้และ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราสามารถบรรเทาผื่นสะเก็ดเงินได้ ซึ่งสามารถสกัดมาใช้ได้ทั้งในรูปแบบขี้ผึ้งและครีม ข้อน่าจะระวังไม่ควรใช้ ยานี้กับบริเวณผิวหนังที่บอบบาง หรือผิวหนังปกติ เป็นยานำเข้าและยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
4) ยาทากลุ่มกรดซาลิซิลิก (salicylic acid)เป็นยาในรูปแบบครีมหรือขี้ผึ้ง มีฤทธิ์ทำให้สะเก็ดหรือขุยของ สะเก็ดเงินลอกออก ยาชนิดนี้สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดี เหมาะกับการใช้บริเวณศีรษะ ข้อควรจะระวังคือไม่ควร ใช้ยานี้ในเด็กเล็ก
                5) ยาทากลุ่มแคลซิโพทริออล (calcipotriol)เป็นยาในรูปแบบครีม ขี้ผึ้ง และสารละลายทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็น มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และกดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง
6) ยาทากลุ่มเรทินอล (retinol)สารในกลุ่มวิตามิน A อยู่ในช่วงทดลองใช้กับผู้เจ็บป่วยสะเก็ดเงิน เป็นยาที่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
7) ยาทาให้ผิวชุ่มชื้นยาทาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง เพื่อลดการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

  • ยากิน


1.) ยาบริโภคเมโทเทร็กเซต (methotrexate)  เป็นยาที่เหมาะกับผู้เจ็บป่วยที่เป็นผิวหนังรุนแรงและร่างกายไม่ ตอบสนองกับการทายาหรือเป็นผื่น แต่มีข้อเสียคือจะส่งผลต่อเซลล์ตับและไตของผู้ป่วยด้วย ยานี้จึงไม่เหมาะกับผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคภัยตับ ไต วัณความเจ็บป่วยปอด ผู้เจ็บป่วยที่ติดเชื้อรุนแรง มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือห้นมบุตร
2) ยาทานเรทินอยด์ (retinoids)ยากลุ่มเดียวกับเรทินอล คืออยู่ในกลุ่มวิตามินเอ มีฤทธิ์ในการควบคุมผื่นสะเก็ดเงินที่เป็นตุ่มหนองั่วตัวและผื่นหนาตามฝ่ามือ ฝ่าเท้าได้ดี ยานี้มีผลข้างเคียงคือจะช่วยให้ริม ปากแห้ง แตก ผิวแห้งคัน ผมร่วงทั้งศีรษะ สตรีที่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน
3) ยากินไซโคลสปอริน (cyclosporin)ยากลุ่มนี้จะลดการอักเสบที่ผิวหนัง เนื่องจากมีฤทธิ์ในการกดการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่จะไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนัง ให้เพิ่มจำนวน ไม่สมควรใช้กับผู้เจ็บป่วยที่มีไตพิการ เป็นความดันโลหิตสูง มีประวัติเป็นความเจ็บป่วยมะเร็ง หญิงมีครรภ์ให้นมบุตร ผู้มีความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน และผู้มีประวัติแพ้ยานี้มาก่อน
3) ยาฉีดกลุ่มชีวสาร (biologic agents)
                เป็นยาฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือใต้เส้นเลือด เป็นกลุ่มที่จะออกฤทธิ์กระตุ้นให้ผื่น ผิวหนังอักเสบ และอาการปวดข้อของผู้เจ็บป่วยดีขึ้นในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็มีราคาแพง เมื่อหยุดใช้ยาแล้วอาจกลับมาเป็นอีก
                ไม่ว่าจะอย่างไรในตาม  การให้กำลังใจผู้เจ็บป่วยที่กำลังประสบกับโรคนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ  คนรอบข้าง และคนในสังคมที่อยู่รอบตัวควรจะที่ใช้ความเข้าใจ ความเห็นใจ และให้กำลังใจ กับผู้ป่วยให้มาก แต่ถึงอย่างไรตัวของผู้ป่วยก็เป็นกลไกสำคัญในการดูแลตัว เองทั้งทางด้านสุขภาพ สุขอนามัยและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นเหตุให้โรคที่เป็นอยู่ทุเลาเบาบางลงได้เช่นกัน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาระบบภายในไม่สมบูรณ์

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=_etvAVOkynk

Tags : สมุนไพรรักษาโรคระบบภายในไม่สมบูรณ์

2
โรคกระดูกทับเส้นประสาท ภัยร้ายของคนทำงาน[color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]อาการ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวหรือตามส่วนต่างๆของร่างกาย อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาของใครหลายๆคนและดูเหมือนว่าจะ ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายสักเท่าไหร่ เนื่องจากด้วยความคิดที่ว่า อาการปวดเมื่อยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แปลกอะไร ทำงานมากๆก็ต้องมีการปวดเมื่อย ต้องการการพักผ่อน แต่หารู้ไม่ว่าเราอาจจะเป็นโรคกระดูกทับเส้นประสาทก็ได้[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]อาการของโรค กระดูกทับเส้นประสาท จะแสดงออกมาทั้งบริเวณหลังและขา ซึ่งอาการปวดทั้ง 2 บริเวณนี้ มีความสำคัญและก็จำเพาะเจาะจงกับโรคนี้นะ เพราะว่านั่นแสดงถึงการรบกวนเส้นประสาทสันหลังที่วิ่งไปเลี้ยงที่ขาแล้ว และถ้าหากว่าละเลยไว้นาน จะเกิดอาการอักเสบอย่างรุนแรง [/color]

[color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]โดยอาการปวดที่หลัง จะแสดงอาการปวดบริเวณเอวส่วนล่าง อาจจะปวดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง โดยจะเกิดขึ้นหลังจากที่นั่งหรือนั่งงอตัวไปทางด้าน ซึ่งทั้งสองท่านี้จะทำให้กระดูกมีการทับเส้นประสาทนะ และอาการปวดที่ขาของโรคกระดูกทับเส้นประสาทจะแสดงอาการ 3 แบบ ก็คือ เมื่อย ชา และมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดอาการชาหรือปวดเมื่อยในลักษณะนี้ ให้ระวังให้ดีนะ[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]โรค กระดูกทับเส้นประสาท มักจะเกิดกับกลุ่มคนในวัยทำงาน เพราะว่าคนวัยเหล่านี้ จะมีการถือของหนักในลักษณะท่าทางที่ไม่ถูกต้องอยู่บ่อยๆ นั่งทำงานในท่านั่งที่ไม่ถูกต้องนานๆ มักจะมีการใช้กล้ามเนื้อในลักษณะที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ และโรคกระดูกทับเส้นประสาท ก็ยังเกิดขึ้นได้มากกับคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปอีก ด้วยนะ ถ้าเรารู้ตัวเองว่าเรามักทำตัวในลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ ให้รีบเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม โรคกระดูกทับเส้นประสาท ก็ยังเป็นโรคที่สามารรักษาให้หายได้ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันนะ ซึ่งการรักษาโรคกระดูกทับเส้นประสาท สามารถทำได้โดยการ[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]- กินยาแก้อักเสบหรือยาคล้ายกล้ามเนื้อ เพื่อที่จะได้บรรเทาอาการเมื่อยหลังหรือเมื่อยตามบริเวณต่างๆ[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]- ทำกายภาพบำบัด เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]- ฉีดยาสเตียรอยด์ โดยวิธีการนี้จะต้องทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]- ผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้องเอ็นโดสโคป [/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]- ผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยกล้องจุลทรรศน์[/color][color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]- ผ่าตัดเชื่อมกระดูกโดยใช้คอมพิวเตอร์นำวิถี[/color]
[color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]ซึ่ง ถึงแม้ว่า โรคกระดูกทับเส้นประสาท จะสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการกินยาหรือผ่าตัด ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะทำร้ายสุขภาพของเราโดยการนั่งหรือทำงานในลักษณะ ท่าทางที่ไม่ถูกวิธี ฉะนั้นแล้วทางที่ดี เราควรที่จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านั้น และพยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆในชีวิตประจำวันของเรา รวมถึงการลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับรองว่าโรคกระดูกทับเส้นประสาท จะไม่เกิดขึ้นกับเราแน่นอน[/color]
[color=#444444; font-family: Tahoma, Arial, 'MS Sans Serif', sans-serif; font-size: 12px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: 14.4px; orphans: auto; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 1; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; display: inline !important; float: none]สมุนไพรรักษาโรคกระดูกทับเส้น[/color]
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษากระดูกทับเส้น

เครดิต : https://www.youtube.com/watch?v=hmFCq9EiMNg

Tags : สมุนไพรรักษาโรคกระดูกทับเส้น, วิธีรักษาโรคกระดูกทับเส้น, ประสบการณ์ผู้ป่วย

3
เสริมสวย สุขภาพ / โรคหัวใจ
« เมื่อ: 01-12-2017 , 18:47:08 »
โรคหัวใจ
   โรคหัวใจเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าเป็นโรคนี้ จะส่งผลกระทบภายในหัวใจในหลายด้านและเกิดผลร้ายในหลาย ด้าน ดังเช่น การตีบตันของหลอดเลือดในหัวใจ ,การอักเสบของชั้นในของหัวใจ , อาการหัวใจล้มเหลว ,การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ  จะมีผลให้ผู้ที่เป็นโรคนี้เสียชีวิตได้และโรคหัวใจเป็นโรคที่ทำ ให้ประชาชนทั่วโลกเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ โดยข้อมูลโดยทั่วไปของโรคหัวใจสามารถแจกแจงเป็นข้อมูลได้ ดังนี้
ต้นตอและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ มีด้วยกันหลายเหตุ ต่างๆดังนี้
1.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก
2.ไม่ออกกำลังกายเป็นเวลานาน
3.อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษเป็นเวลายาวนาน
4.สูบบุหรี่จัดในระยะเวลาสะสมมายาวนาน
5.มีปริมาณไขมันในเลือดสูง
6.เป็นโรคเบาหวาน
โดยโรคประจำตัวการใช้ชีวิตประจำวันเฉพาะคน เหล่านี้ส่งผลเสียและเป็นต้นเหตุ เสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคหัวใจในเวลาต่อมา
อาการของโรคหัวใจ
โดยผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้ สามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

  • มีอาการเจ็บแน่นๆ และรู้สึกอึดอัดตรงหน้าอกเยื้องทางซ้าย
  • ใจสั่น เต้นผิดจังหวะ บางครั้งก็หยุดเต้นไปเฉยๆ หรือเต้นเร็วผิดปกติ
  • มีอาการบวมที่ขาอย่างเห็นได้ง่ายดาย
  • มีอาการเป็นลม หน้ามืด หรือวูบ เป็นประจำ
  • บริเวณมือและเท้ามีสีคล้ำผิดปกติ
  • เหนื่อยง่ายและมีอาการหอบหืดบ่อยๆเวลาที่ออกกำลังกายหรืออยู่เฉยๆ


    โดยสำหรับผู้ที่มีอาการเหล่านี้หลายข้อ หากว่าสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจก็ควรเข้า พบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียดได้ว่าตนเองโรคหัวใจเป็นหรือไม่เพื่อประโยชน์ในการรักษาต่อไป
วิธีการรักษาโรคหัวใจ
โรคหัวใจสามารถแจกแจง ประเภทออกไปได้อีกตามอาการโดยชนิดของโรคหัวใจได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงโรคหัวใจขาดเลือด โดยโรคต่างๆที่เกิดขึ้นตามอาการเหล่านี้ ในส่วนของวิธีการรักษาโรคหัวใจ แพทย์จะรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นและให้ยาที่ผู้ป่วยจะตอบสนองได้ดีเพื่อช่วยกระตุ้นให้มีอาการดีขึ้น
วิธีป้องกันโรคหัวใจ
โรคหัวใจสามารถป้องกันได้โดยทำตามวิธีป้องกันโรคหัวใจ ดังต่อไปนี้
1.ดูแลตัวเองอยู่เป็นประจำและหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของหัวใจ
2.ออกกำลังกายอย่างอย่างต่อเนื่อง
3.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่ทานฟาสฟู้ดส์หรืออาหารแช่แข็งมากเกินไป
4.ไม่สูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
5.หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมและอากาศที่เป็นพิษ
6.ตรวจสุขภาพปีละครั้ง
7.ไม่กินอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูง
8.ปล่อยวางความเครียดต่างๆ

สมุนไพรรักษาโรคหัวใจ
สมุนไพรรักษาโรคหัวใจและช่วยบำรุงหัวใจมีเยอะแยะ ต่างๆดังนี้
1.เห็ดหลินจือ
2.กระเทียม
3.ต้นหอม
4.ขึ้นฉ่าย
5.บัว
6.กระเจี๊ยบ
7.ลูกท้อ

โรคหัวใจเป็นโรคที่จะป้องกันได้ด้วยการออก กำลังกายอย่างอย่างต่อเนื่องและทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์  หากว่า คอยกระทำตนเรื่องพฤติกรรมการ กินสามารถบังคับตนเองให้ออกกำลังกายได้ก็จะห่างไกลจากโรคนี้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาหัวใจ

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=HjPOeRDfqbI

Tags :  รักษาโรคหัวใจ

4
โรคเบาหวานรู้ไว้ใช่ว่า
            เชื่อแน่ว่าหลายๆ คนคงจะรู้จัก โรค นี้เป็นอย่างดี ว่าหากเกิดมีภาวะเบาหวานแล้วจะก่อให้  บังเกิด ปัญหากับอวัยวะอื่นๆ ได้ แต่เชื่อแน่ว่าคงมี มากมาย  ทานที่อยากทราบว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร  นอกจากที่เคยได้ยินมาว่ามันเป็นโรคที่ติดต่อทางกรรมพันธุ์ ซึ่งจะจริงเท็จแค่ไหน วันนี้เราจะนำมา ชี้แจง ให้ท่านได้รู้ และรู้จักโรคเบาหวานให้มากขึ้น

โรคเบาหวานคืออะไร
            ว่ากันง่ายๆ คือ โรคเบาหวานเป็น  สถานการณ์ ที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ร่างกาย  ขาดอินซูลินหรือประสิทธิภาพ ของฮอร์โมนชนิดนี้ลดลง  เพราะเกิด สถานการณ์ ดื้อต่ออินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เป็นเวลานาน  เพื่อ โรคเบาหวานนี้สามารถเกิด โรคแทรกซ้อน ต่ออวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต และระบบประสาท ได้
            น้ำตาลในเลือดที่เกิดขึ้นนี้มาจากการที่เรารับประทานอาหารเข้าไป แล้วได้ เปลี่ยนแปลงเป็นน้ำตาลกลูโคส ในกระแสเลือด เพื่อใช้เป็น พลังงาน จากนั้น อินซูลินได้นำน้ำตาลกลูโคสเข้าเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน  ซึ่ง เบต้าเซลล์ ที่อยู่ในตับอ่อน เป็นตัว ก่อ อินซูลินขึ้น

อินซูลินคืออะไร ทำหน้าที่อะไร และสำคัญอย่างไร
            ตามที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ว่าอินซูลิน  คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ที่ถือว่ามีความสำคัญต่อ  ตัวตน   เลยทีเดียว เกิดจากการสร้างและหลั่งจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน ภาระ  ของมันคือนำพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆของ ตัวตน   เพื่อ  เปลี่ยนแปลง ให้เป็นพลังงานโดยกระบวนการเผาผลาญ
             ลองจินตนาการดูซิคะว่าหาก ร่างกาย  ขาดอินซูลินหรืออินซูลินออกฤทธิ์ไม่ดี  จะเกิดอะไรขึ้น  นั่นคือ ตัวตน   จะไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสได้  ซึ่งหมายความว่า ตัวตน   จะไม่มีน้ำตาลมาใช้  เมื่อไม่มีน้ำตาลก็ไม่มี  แรงงาน
  แล้วน้ำตาลจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ มันก็กลับเข้าสู่กระแสเลือดน่ะซิ  ทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งอย่างนี้เองที่เขาเรียกกันว่าเกิด สภาวะ ของโรคเบาหวาน  นอกจากนี้ยังเกิดความผิดปกติอื่นร่วมด้วย นั่นคือ ความผิดปกติในการสลายไขมันและโปรตีนร่วมด้วย

โรคเบาหวานเกิดจากพันธุกรรมหรือโรคติดต่อ
            จริงๆ แล้ว กลุ่มที่ เสี่ยงภัย ต่อการเกิดโรคเบาหวานมีดังนี้
            โรคเบาหวานชนิดที่ 1    :  โรคติดต่อทางพันธุกรรม  นั่นคือ สามารถ ถ่ายทอด ผ่านทางพันธุกรรมได้  ดังนั้น หากท่านใดที่มีพ่อและแม่เป็นหวาน  ท่านมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน  50%  และหากมีญาติที่ร่วม เชื้อสายเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ พี น้อง เป็นโรคเบาหวาน  ก็จะมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย
            โรคเบาหวานชนิดที่ 2  :  ผู้ที่มีน้ำหนักเกินกว่าค่า  มาตรฐาน  หรือคนอ้วน และไม่ชอบ ออกแรง  นั่นเอง ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง  คนกลุ่มนี้ถือว่ามี โอกาส  เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
            เราก็รู้กันแล้วนะคะว่าโรคเบาหวาน คืออะไร แล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร และ  บุคคล แบบไหนที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ ดังนั้นก็ขอให้รักษาสุขภาพนะคะ เพื่อจะได้มี สุขภาพ  ที่ดี ไม่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานค่ะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาเบาหวาน

ขอบคุณบทความจาก : https://www.youtube.com/watch?v=Bs2K383RAQI

Tags : สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน, สมุนไพรจีนรักษาโรคเบาหวาน, โรคเบาหวาน

5
โรคมะเร็งเต้านม โรคที่คุณผู้หญิงควรระวัง
            สภาพโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่สาวในสมัยใหม่คงต้องหมั่นตรวจกันแล้ว เพราะพบว่าผู้หญิงไทยมีโอกาสเสี่ยงปรากฏโรคนี้มากขึ้น และมีดาราหลายท่านที่เป็นป่วยเป็นโรคนี้หลายท่าน โรคนี้ปรากฏจากการพัฒนาของเนื้อเยื่อเต้านมแบบผิดปกติ ซึ่งระหว่างปรากฏการพัฒนาอาจจะมีสภาพปรากฏก้อนเนื้อในเต้านม สภาพรูปทรงเต้านมแปลก อาการผิวหนังมีรอยบุ๋มลงไป อาการมีสารน้ำแปลกๆไหลออกมาจากเต้านม ซึ่งหากเราตรวจสอบ ตรวจเต้านมด้วยตัวเองแล้ว พบว่าปรากฏมีอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจนอีกครั้ง
            ที่มาการเกิดโรคมะเร็งเต้านม

  • พบว่าผู้หญิงทีมีอายุเยอะแยะ 40 ปีขึ้นไปนั้น จะเกิดขึ้นมีความเสี่ยงสูงกว่าช่วงอายุอื่นๆ แต่ในประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่อายุมาก 50 ปี
  • พันธุกรรม หากพบว่ามีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงมากมายปกติถึง 2 เท่าเลย
  • สูบบุหรี่จัดๆหลากหลายในปริมาณที่ติดต่อกันมาหลายปี
  • ทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานานหลากหลาย
  • คนที่มีประจำเดือนมาก่อนอายุ 12 ปีจะมีความเสี่ยงสูงหลากหลาย
  • ผู้ที่มีบุตรหลังอายุ 30 ปี หรือหญิงที่ไม่เคยมีบุตรเลย
สภาพของโรคมะเร็งเต้านม

  • เริ่มมีอาการก้อนเนื้อที่เต้านม ซึ่งเราตรวจได้เอง
  • อาการรูปร่างของเต้านมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
  • สภาพผิวหนังรอบเต้านมมีสภาพผิดปกติ รอยบุ๋ม ย่น เหี่ยว
  • อาการหัวนมมีการหดตัว คัน หรือแดง ผิดจากปกติ
  • รักแร้มีสภาพบวม และมีสภาพต่อมน้ำเหลืองโต
  • มีสภาพเจ็บที่เต้านม
  • มีอาการเลือดหรือน้ำออกจากหัวนม อย่างไม่ทราบต้นเหตุ
การดูแลมะเร็งเต้านม
            ไม่พบการดูแลที่ดีที่สุดเพราะโรคนี้ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน แต่เราสามารถปกป้องตัวเองได้ด้วยการหมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเอง หากพบอาการผิดปกติก็ควรรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น เพื่อที่เราจะได้ดูแลได้อย่างทันท่วงทีนั้นเองค่ะ
การรักษาโรคมะเร็งเต้านม
            หากเราตรวจพบก็อาจจะต้องทำสภาพเคมีบำบัดหรือการผ่าตัด ในกรณีที่เจอเป็นระยะแรกเราสามารทานยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งได้ แต่หากพบในชั้นที่เชื้อมะเร็งลุกลามไปทั่วเต้านมแล้วนั้นต้องทำการตัดนมทิ้งและทำการบำบัด ทำคีโม อีหลายครั้ง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ลุกลามไปตามท่อน้ำเหลืองของเรา การตัดเต้านมอาจจะต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวันเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อในกระแสเลือด และต้องไปพบแพทย์ทุกเดือนเพื่อรับยา และตรวจสภาพอยู่เสมอ
            โรคนี้เป็นโรคอันตราย แต่สาวๆทุกคนก็สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ ไม่อยากให้สาวๆนิ่งนอนใจหมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเองอยู่เสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้สุขภาพดีมากมายขึ้นคะ
 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษามะเร็งเต้านม

ขอบคุณบทความจาก : https://www.youtube.com/watch?v=GpapbNCxsHs

Tags : สมุนไพรรักษาโรคมะเร็งเต้านม, รักษาโรคมะเร็งเต้านม

6
โรคตกขาว ไม่อันตรายอย่างที่คิด
            หากจะพูดกันถึงเรื่องนี้รู้ดีว่า สาวๆหลายๆคนคงรู้จักกันแล้วล่ะ เจ้าสภาพตกขาวเนี่ย มันไม่ได้อันตรายเยอะแยะอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เรามาทำความเข้าใจอาการตกขาวกันเลย ภาวะเป็นอาการตกขาว ที่ผู้หญิงทุกคนต้องเคยเจอ เป็นการสภาพตอบสนองต่อฮอร์โมนในผู้หญิงที่มาปกติ เป็นของเหลวที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอดตามธรรมชาติ ถ้าเป็นอาการตกขาวแบบปกติจะไม่มีกลิ่นและอาการคัน ซึ่งหากสาวๆมีตกขาวแบบมีกลิ่น มีสภาพคันแล้วล่ะก็ เป็นตกขาวแบบอันตรายนั้นเองค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลไปทุกอย่างมีทางออกเสมอ
            สาเหตุของโรคตกขาว
            สภาพตกขาวที่ไม่ปกตินั้น เกิดขึ้นมาจากการติดเชื้อโรคต่างๆ และการแพ้หรือการระคายเคืองจากสารเคมี ทำให้มีสีและกลิ่นแตกต่างไปจากแบบปกติ ปรากฏเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญในการสภาพตกขาวแบบผิดปกติได้แก่ เชื้อรา เชื้อหนองในแท้ เชื้อหนองในเทียม เชื้อแบคทีเรีย เชื้อโปรโตซัว เชื้อแบคทีเรีย สีและกลิ่นของเริ่มเป็นตกขาวก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดของการติดเชื้อด้วย
            อาการของโรคตกขาว
            ผู้ป่วยโรคนี้มักเกิดขึ้นมีอาการปวดท้อง  เป็นสภาพตกขาวมีกลิ่น และเริ่มเป็นสีที่ไม่ปกติ มีปรากฏอาการคันร่วมด้วยในบางครั้ง ในบางรายอาจเกิดขึ้นปวดท้องหนักมากจนต้องทานยาระงับปวด  มีสภาพอักเสบรุนแรงหลากหลายภายในช่องคลอด ซึ่งอันตรายมากควรรีบไปพบแพทย์
            การดูแลโรคตกขาว
            หมั่นฟื้นฟูและรักษาทำความสะอาดด้วยวิธีดังนี้

  • ใช้สบู่อ่อนหรือน้ำอุ่นๆทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น
  • หลังจากเข้าห้องน้ำ ควรทำความสะอาดให้แห้ง อย่างถูกวิธี
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • รับประทานโยเกิร์ตหรือยาคูลท์ บ่อยๆเพื่อรักษาจุลินทรีย์ในจุดซ่อนเร้น
  • งดการใส่เสื้อผ้ารัดแน่นๆ หรือชุดชั้นในที่ไม่ระบายอากาศ
การดูแลโรคตกขาว
การฟื้นฟูโรคตกขาวที่มีอาการติดเชื้อสามารถดูแลได้ 2 แบบ
1.การฟื้นฟูความสะอาดของร่างกาย ไม่สวมใส่เสื้อผ้ารัด หรือแน่นจนเกินไป หยุดการทานยาปฎิชีวนะหรือยาคุมกำเนิดเยอะแยะ รักษาด้วยยาเฉพาะทาง เช่นยาแก้ปวด ยาแก้คัน ซึ่งแนะนำควรไปซื้อที่ร้านขายยาเท่านั้น ไม่ต้องอาย
2.การใช้ยาปกป้องการติดเชื้อโดยตรง ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยในระยะนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด ในรายที่ติดเชื้อแบบธรรมดา อาการไม่รุนแรงมากนัก สามารถหายาดูแลได้ที่ร้านขายยาทั่วไป ส่วนในผู้ป่วยที่เป็นโรคสภาพตกขาวเรื้อรังควรไปพบแพทย์เพื่อรับยาฆ่าเชื้อแบบนานกว่าปกติมาทาน จะช่วยให้โรคนี้หายได้ไวมากขึ้น โรคนี้เป็นโรคที่ช่วยเตือนสาวๆให้รักษาความสะอาดมากๆ หมั่นดูแลตัวเองไม่ว่าโรคอะไรก็ไม่มาวุ่นวายแน่นอนค่ะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาตกขาว

เครดิต : https://www.youtube.com/watch?v=oBcKDSUYbmA

Tags : สมุนไพรรักษาโรคตกขาว, สมุนไพรจีนรักษาโรคตกขาว, ประสบการณ์ผู้ป่วย

7
ปวดหัวแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นไมเกรน
            ปวดหัวจัง ปวดขมับซ้าย ปวดขมับขวา รู้หรือไม่ว่านี่คือสัญญาณอันตรายของไมเกรน โรคไมเกรนหากพูดแล้วเชื่อว่าหลายคนย่อมรู้จักโรคนี้ดี โรคไมเกรนมีอาการที่แสดงออกมาทางด้านการปวดหัว อาจจะอาการปวดตรงกลาง สภาพปวดขมับ มึน งง วิงเวียนศรีษะ หรือปวดหัวข้างเดียว ในบางรายที่เป็นโรคนี้อาจจะต้องทานยาเพื่อระงับสภาพปวด ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าที่เราปวดหัวแบบนี้มีสาเหตุมาจากอะไร และมีแนวทางการดูแลแบบใดบ้าง วันนี้เราเลยถือโอกาสมาบอกทุกคนเกี่ยวกับโรคไมเกรนให้ได้รู้จักกันค่ะ
            สาเหตุของโรคไมเกรน
            เนื่องจากโรคนี้ทั้งการวิจัยและการศึกษาหาที่มาของโรคนี้ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าโรคนี้มีที่มาเป็นมาจากอะไรกันแน่ อาจจะเป็นความผิดปกติของโครงสร้างทางกาย และทางสมอง และอาจจะเป็นอาการกำเริบได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีทางสมอง ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้เริ่มเป็นการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด และกลไกทางประสาทภายในสมอง ซึ่งเมื่อโดนกระตุ้นก็อาจะมีเกิดขึ้นอาการปวดศีรษะตามมา ซึ่งโรคไมเกรนเริ่มเป็นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้แน่นอน ซึ่งหากเรามีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้ก็มีโอกาสเสี่ยงจะเป็นเป็นตามไปด้วยคะ
            สภาพของโรคไมเกรน
            สภาพของโรคไมเกรนก็อย่างที่เรารู้กันนั้นก็คือเริ่มเป็นมีสภาพปวดศีรษะอย่างรุนแรง มีสภาพปวดตุบๆตามจังหวะชีพจร ที่ขมับอาจจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา หรือในบางรายอาจจะปรากฏพบได้ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งอาจจะมีสภาพปวดติดต่อกันยาวนาน ซึ่งเมื่อทานยาและนอนหลับพักผ่อนไปอาการอาจจะทุเลาลงบ้าง แต่เมื่อตื่นนอนขึ้นมาอาการก็จะกลับมาทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในบางรายอาจจะมีเป็นสภาพสายตาพร่ามัวปรากฏ สภาพคลื่นไส้เป็น อาการตาลาย ร่วมด้วย
            การปกป้องโรคไมเกรน
            เนื่องจากโรคไมเกรนเป็นโรคที่เราไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง บางคนก็มีสิ่งเร้าที่แตกต่างกันไป ทางที่ดีในการฟื้นฟู โรคนี้คือการงดไปเผชิญกับสิ่งเร้าโดยตรง ซึ่งเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งทำให้เรามีสภาพปวดหัวเป็นไมเกรนคืออะไร ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเป็นแสงจ้า แดดจัด ฝุ่นควัน เสียงดัง อากาศ ความเครียด ซึ่งเมื่อเรารู้ว่าสิ่งเร้าคืออะไรก็ควรงดเผชิญหน้าอย่างเด็ดขาด และการทานยารวมด้วยเพื่อลดสภาพปวด
            การรักษาโรคไมเกรน
            หากพบว่าตัวเองมีสภาพควรทานยาแก้ปวดในทันที ทานในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งบางรายอาจจะทานยาเฉพาะ หรือทานยาพาราเซตามอนธรรมดาก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม หาที่นอนพัก หรือหากไม่สะดวกแนะนำให้ออกจากสถานที่นั้นหาที่นั่งสบายๆ โรคนี้เป็นโรคที่เราจะต้องสภาพตัวเองอยู่เสมอ ระมัดระวังตัวไม่ให้โรคกำเริบกันด้วยนะคะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาไมเกรน

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=um1fILxLJKY

Tags :  สมุนไพรจีนรักษาโรคไมเกรน, ประสบการณ์ผู้ป่วย, รักษาโรคไมเกรน

8
การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตด้วยสมุนไพร
    ในปัจจุบันพบผู้ป่วยเป็นโรคไตจำนวน{มากหลากหลาย การรักษาโรคไตจึงถูก{วิจัยศึกษา และพัฒนาต่อ นำมา{รักษาประคองผู้ป่วยโรคไต {มากเยอะแยะ ขึ้น ในอดีตโรคไตถือว่าเป็นโรคที่รุนแรงโรคหนึ่ง ยังไม่สามารถ{รักษาประคองให้หายขาดได้ แต่ในปัจจุบันด้วยวิทยาการสมัยใหม่ การแพทย์ที่เปิดกว้างมากขึ้น สามารถรักษาโรคไตให้หายขาดได้แล้ว และมีการ{คิดค้นศึกษา ยาสมุนไพรรักษาโรคไต ขึ้นมาอีก{มากมายหลากหลายไม่ว่าจะเป็น สมุนไพรรักษาโรคไตแบบไทยๆหรือจะเป็นสมุนไพรรักษาโรคไตแบบจีนและยังมียาต้ม เป็นหม้อออกมาอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยโรคไตมี{ทางเลือกช่องทางในการรักษา โรคไต{มากมากมายขึ้นกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอในเมืองหรือ{เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงถ่ายเลือดก็ สามารถหายได้ และนี่ก็นับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่มีสมุนไพรดีๆหลายตัวที่ ถูก{วิจัยค้นหา ว่าสามารถรักษาโรคไตได้จริง วันนี้ราเลยมาพูดถึงการ{ดูแลรักษารักษาโรคไต
การดูแลรักษาไตในเบื้องต้น
คน ที่เป็นโรคไตนั้นเกิดจากการที่ร่างกายมีระบบดูดซึม ขับถ่ายรักษาสมดุลไม่ดี ทำให้อาหารที่{ดื่มรับประทานเข้าไปมันไม่ได้เข้าไปในระบบไม่ได้ ถูกส่งไปให้ไตขับส่วนที่ไม่ทิ้งไป จึงทำให้ไตต้องทำงาน{มากเยอะแยะกว่าเป็นปกติ มีคนบอกว่าหากเรา{บำรุงรักษาปอดดี ไตก็แข็งแรงไปด้วย เมื่อไตแข็งแรง กระดูกก็จะแข็งแรง ใครที่เป็นโรคไตแล้ว ต้องงดอาหารผัดน้ำมัน แล้วล้างลำไส้ หรือระบบดูดซึมให้เป็นประจำเพื่อการดูดซึมอาหารที่ดีขึ้น
สูตรการล้างลำไส้สำหรับคนเป็นโรคไต
สูตร ที่ 1.ใช้ใช้มะละกอดิบทั้งเปลือกหั่นเป็นชิ้นๆพอประมาณ ต้มกับน้ำให้มะละกอนิ่ม กรองเอาแต่น้ำ สามารถเก็บใส่ขวด แช่เย็นได้ ใช้ดื่มต่างน้ำทุกเช้าก่อนมื้ออาหาร
สูตรที่ 2 นำโยเกิร์ต{ผสมปนกับนมสด{ผสมปนน้ำผึ้งและมะนาวในปริมาณตามใจคนดื่ม ทานทุกเช้าก่อนมื้ออาหารและก่อนนอน
สูตรที่3ใช้เห็ดสามอย่างขึ้นไปนำมาปรุงอาหาร ต้ม นึ่ง ลวก อะไรก็ได้ยกเว้นการนำมาผัดน้ำมัน
นอกจากจะต้องหมั่นล้างลำไส้บ่อยๆแล้วก็ยังต้องหมั่นบำรุงไตกันด้วย
อาหาร{บำรุงรักษาไตสำหรับผู้ป่วยโรคไต
อาหาร ที่มี{สรรพคุณความสามารถช่วย{บำรุงดูแลไต และรักษาไตต้องหามา{ดื่มทานบ่อยๆก็มี น้ำกระชาย เม็ดบัว เห็ดหูหนูดำ องุ่นดำ งาดำ ถั่วดำ ลูกแปะก๊วย กล้วยตาก ลูกสำรอง เฉาก๊วย แก้วมังกร ผักดอง ถั่วห้าสี ผลไม้ลูกไข่เน่า รากมะพร้าว รากตาล สมุนไพรลูกใต้ใบ สมุนไพรเหล่านี้จะช่วย{บำรุงดูแลให้ไตทำงานได้ดี{มากมากมายขึ้นใช้รากหมาก รากมะพร้าว รากตาล สมุนไพรประเภทที่มีลูกใต้ใบ ในอัตราส่วนเท่ากัน นำไปต้มใช้น้ำพอท่วม ใช้{ดื่มกินเพื่อล้างไต สามารถ{ดื่มรับประทานในตอนเช้าก่อนมื้ออาหารได้ สมุนไพรเหล่านี้มี{ประโยชน์ผลดีในตัวของมันเอง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาไต

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=q6maWjdtNDY

Tags :  วิธีรักษาโรคไต, สมุนไพรจีนรักษาโรคไต, โรคไต

9
โรคมดลูกอักเสบ โรคอันตรายสำหรับสาวๆ
            หากพูดถึงโรคนี้เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงไม่อยากให้โรคนี้เริ่มเป็นกับตัวเองอย่างแน่นอน โรคนี้ก็คือโรคมดลูกอักเสบ เป็นโรคที่เป็นในผู้หญิง อายุ 15-45 ปี เป็นการเริ่มเป็นติดเชื้ออักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นการปรากฏติดเชื้อและอักเสบแบบเฉียบพลัน ในบริเวณมดลูก ก่อนเชื้อจะกระจายไปทั่วช่องท้อง ซึ่งหากรักษาไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เป็นภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้ ในบางรายที่ภูมิคุ้มกันต่ำจะทำให้เป็นเริ่มเป็นหมันและเสียชีวิตได้
            ที่มาของโรคมดลูกอักเสบ
            มักเกิดขึ้นจากการติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศ และเกิดขึ้นการอักเสบแล้วเริ่มเป็นลามมายังบริเวณมดลูกก่อนจะเริ่มเป็นกระจายเข้าไปในส่วนท้อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อนี้มักจะมาจากการมีเพศสัมพันธ์แบบผิดๆ มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายกลางคืน เกิดขึ้นเปลี่ยนคู่ควงหลายคน ปรากฏผู้ชายที่ไม่รักษาความสะอาด การมีคู่นอนหลายคน การทำแท้งก็มีผลหากทำไม่ถูกต้องหรือสะอาดจะทำให้ปรากฏการติดเชื้อ และอักเสบขึ้น ส่งผลต่อชีวิตได้เลยทีเดียว เป็นการติดเชื้อหลังคลอดบุตร หากรักษาไม่ดีก็จะทำให้เชื้อสแตฟฟีโลค๊อกคัส และเชื้อสเตรปโตค๊อกตัสนั้นบ่มตัวเองและกระจายเชื้อ จนเป็นกลายมาเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดบุตร ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงเลย และสุดท้ายคือภาวะไม่สมดุลในช่องคลอด ก็เป็นสาเหตุสำคัญเช่นเดียวกัน
            สภาพของโรคมดลูกอักเสบ

  • เป็นมีไข้สูงเกิน36 องศา มีดูแลหนาวสั่น มีอาการไข้ร่วมด้วยกับดูแลปวดท้องเล็กน้อย
  • ฟื้นฟูปวดท้องน้อยหลังมีประจำเดือน รักษาปวดหน่วงตลอดเวลา และปกป้องปวดจนเกร็ง และปวดหนักมากขึ้น รู้สึกปวดทุกครั้งที่เคลื่อนไหวหรือขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีปกป้องท้องเสียเป็นระยะ ดูแลคลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์
  • มีดูแลตกข่าวมีกลิ่นคาว
การป้องกันโรคมดลูกอักเสบ

  • งดการร่วมเพศกับบุคคลที่มีความเสี่ยง
  • ถ้าพบว่าตัวเองมีรักษาควรรีบไปพบแพทย์ในทันที ก่อนที่จะเป็นลุกลามจนกลายเป็นภาวะแทรกซ้อน
  • หลังจากการคลอดบุตร แท้งบุตร ขูดมดลูก ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ หรือสวนช่องคลอด
  • งดการสวนล้างช่องคลอดบ่อยๆ
การปกป้องโรคมดลูกอักเสบ
      หลังพบว่าตัวเองมีสภาพควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่าอาการเริ่มลุกลากไปในระดับไหนแล้วหากมีสภาพรุนแรงจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อทานยาตามเวลา ยาแก้ปวด ให้น้ำเกลือ ให้ยาฆ่าเชื้อ ให้ยาปฎิชีวนะในการจัดการเชื้อโรคโดยตรง ซึ่งจะต้องฟื้นฟูสภาพเป็นเวลานานจนกว่าจะดีขึ้น
      โรคนี้เป็นโรคที่คุณผู้หญิงทั้งหลายควรปกป้องเป็นอย่างมาก เพราะอันตรายจนถึงชีวิตเลยหากเราไปฟื้นฟูไม่ทัน และที่สำคัญสาวๆควรจะไปหมั่นตรวจภายในทุกปีเพื่อปกป้องโรคอื่นๆที่อันตรายด้วยนะคะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษามดลูกอักเสบ

ขอบคุณบทความจาก : https://www.youtube.com/watch?v=y1Aw769M5IQ

Tags :  วิธีรักษาโรคมดลูกอักเสบ, ประสบการณ์ผู้ป่วย, โรคมดลูกอักเสบ

10
โรคกระดูกอันตรายอย่างกว่าที่เราคิด
                โรคกระดูกโรคที่หลายคนไตร่ตรองว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคกระดูกนั้นเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะมองข้ามไปเพราะนึกว่ามันเป็นโรคไกลตัวบางล่ะ โรคไม่อันตรายบ้างล่ะ ถ้าคุณคิดแบบนี้รู้ไว้เลยว่าคุณกำลังนึกผิดอย่างแน่นอนโรคกระดูกนั้นมีหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคกระดูกพรุน โรคเกาต์ โรคข้อกระดูกเสื่อม โรคกระดูกทับเส้น โรคเหล่านี้สามารถเริ่มเป็นได้กับทุกเพศทุกวัยหากเราไม่ดูแล

            สาเหตุของการเกิดโรคกระดูก
ต้นเหตุมาจากการการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆ มีต้นเหตุหลายอย่างเลยไม่ว่าจะเป็น การบาดเจ็บ การประสบอุบัติเหตุ การทำงานหนัก การหักโหมยกของหนัก การติดเชื้อ การเสื่อมตามอายุขัย และโรคกระดูกยังมีที่มาจากกรรมพันธุ์ด้วยในส่วนหนึ่ง หลายคนไม่ทราบว่าโรคกระดูกนั้นส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเคลื่อนที่ ของเราแบบผิดๆ ทำให้กระดูกต้องรับแรงกระแทกหนักๆ เช่นจากการทำงาน ที่เราต้องขยับร่างกาย ร่างกายตลอดเวลา และมักจะเคลื่อนที่ ส่วนใดส่วนหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ การออกแรงหนักๆฝืนยกของหนักทั้งๆที่ยกไม่ไหว การบิดข้อมืออย่างแรงเพื่อการเคลื่อนไหว ที่รวดเร็ว พฤติกรรมความเสี่ยงเหล่านี้มักก่อให้เกิดอันตรายต่อกระดูกเราเสมอ แต่สาวๆที่นั่งทำงานในออฟฟิศอย่างเราๆก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยจากโรคนี้เพราะ การที่เราต้องนั่งในท่าเดียวนานๆ ก็อาการที่จะเกิดโรคกระดูกได้เช่นเดียวกัน และหากเราทำงานแบบที่ต้องออกแรงเยอะๆ หรือมีการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเจาะพื้น ตออกเสาเข็ม หรืออยู่ใกล้พื้นที่ที่มีแรงสั่นสะเทือนบ่อยๆก็ควรระวัง เพราะแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้จะไปปะทะต่อระบบกระดูกในร่างกายของเราได้เช่นเดียวกัน
สภาพของโรคกระดูก
เรามักจะพบว่ามีอาการเจ็บปวด หรืออักเสบ มีอาการบวมตามบริเวรกล้ามเนื้อและข้ออยู่บ่อย เจ็บแบบเบาๆหรือเจ็บแบบเสียวๆก็เสี่ยงต่อโรคนี้ได้ ซึ่งอาการอาจจะมีมากมายว่านี้ขึ้นอยู่กับโรคที่เราเป็นด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักพบว่ามีระบบประสาทมาร่วมด้วย

การรักษา และการป้องกัน
แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าอาการของโรคนั้นอยู่ในขั้นที่เท่าไหร่ หากไม่รุนแรงก็สามารถใช้ยารักษาสภาพอักเสบได้ การผ่าตัดก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของโรค การใช้วีธีทางการแพทย์เฉพาะทางเช่นการกายภาพบำบัด การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเข้าไปในระบบกระดูก หากพบสภาพกระดูกเสื่อม  ซึ่งเมื่อเราพบว่าตัวเองมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ก่อนที่สภาพจะลุกลาม และเกิดเป็นโรคกระดูกเรื้อรัง เพราะจะทำให้เราต้องเสียเวลาในการไปดูแลนานเยอะแยะขึ้น
เห็นไหมล่ะค่ะว่าโรคกระดูกนั้นเริ่มเป็นได้กับทุกเพศทุกวัยหากเราไม่ลดพฤติกรรมอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ต้องปกป้องสุขภาพตัวเองให้หลากหลายนะคะ เพราะสุขภาพของเราไม่มีขายนั้นเองค่ะ
สมุนไพรรักษาโรคกระดูก
 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษากระดูก

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=L2kw_pblF2c

Tags : สมุนไพรรักษาโรคกระดูก, ประสบการณ์ผู้ป่วย, โรคกระดูก

11
โรคพาร์กินสัน โรคอันตรายของระบบสมอง
            โรคพาร์กินสัน เป็นโรคระบบสมองที่หลายคนคงรู้จักกันดี เพราะมีคนดังหลายท่านที่เป็นป่วยเป็นโรคนี้ เกิดขึ้นความผิดปกติของการเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง อาการของโรคพาร์กินสันปรากฏจากการที่เซลล์ผลิตโดปามีนในซับสแตนเชียไนกรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองส่วนกลางตายหรือเสื่อมสภาพ ซึ่งไม่มีการตรวจพบสาเหตุที่แท้จริงของการตายของสมองในครั้งนี้ ซึ่งโรคพาร์กินสันที่ปรากฏขึ้นนี้เป็นเรื่องเกี่ยวระบบของการเคลื่อนไหวทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยปรากฏมีอาการสั่น แข็งแกร็ง เริ่มเป็นเคลื่อนไหวช้าและปรากฏเดินลำบาก และอาจจะมีเป็นภาวะซึมเศร้า และเป็นสมองเสื่อมตามมา
            สาเหตุของโรคพาร์กินสัน

  • พันธ์กรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้มีความเสี่ยงสูงหลากหลายกว่าบุคคลอื่นถึง 3 เท่าและหากมีหลากหลาย2 คนในครอบครัวที่เป็นโรคนี้ความเสี่ยงก็เพิ่มมากขึ้นตามเดิม
  • เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพเร็วกว่าหลากหลายกำหนดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอนุพันธ์อิสระ Free radical ในร่างกายมากกว่าปกติ ช่วงเร่งการทำลายเซลล์ประสาท
  • ร่างกายมีการสะสมสารพิษจำพวก Toxin ที่ได้รับจากอาหารและสภาพแวดล้อมในปริมาณมากกว่าคนปกติ
สภาพของโรคพาร์กินสัน

  • มีสภาพอารมณ์แปรปรวน ไม่แน่นอนอยู่เสมอ
  • มีสภาพสั่นเกร็ง ของร่างกาย ซึ่งอาการสั่นของแตะละคนก็อาจจะแตกต่างกันไป
  • มีสภาพรเกร็งจองกล้ามเนื้อ สภาพกล้ามเนื้อหดตัว สภาพเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก
  • มีอาการสูญเสียการทรงตัว มักจะมีสภาพเดินหน้าถอยหลัง เวลาจะเดินก้าวต่อไปก็เต็มไปด้วยความลำบาก
  • มีสภาพเคลื่อนไหวได้ช้าและลำบาก ต้องใช้เวลาในการเคลื่อนที่ค่อนข้างเยอะ
  • มีปัญหาอาการเรื่องระบบขับถ่าย มีอาการท้องผูก ท้องเสีย
  • มีปัญหาเรื่องการพูด พูดเสียงจะเบา ไม่ค่อยมีเสียง พูดติดอ่าง บางทีก็พูดฟังไม่รู้เรื่อง
  • มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่บ่อยครั้ง
การดูแลโรคพาร์กินสัน
            โรคนี้ไม่มีการตรวจพบการฟื้นฟูที่ดีที่สุดได้ พบว่าสาเหตุการเป็นโรคนั้นอกเหนือการควบคุม
การฟื้นฟูโรคพาร์กินสัน
พบว่ามีการฟื้นฟูโรคพาร์กินสันให้ดีขึ้น แต่ไม่อาจจะทำให้เซลล์สมองที่ตายไปแล้วฟื้นตัวหรืองอกใหม่ได้ ซึ่งมีการรักษาอยู่สามแบบด้วยกัน
1.การฟื้นฟูด้วยยา โดยการทานยาที่มีการออกฤทธิ์ช่วยในการเพิ่มโดพามีน ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มักจะต้องไปพบแพทย์บ่อยครั้งเพื่อปรับขนาดยาให้มีความพอดีกับร่างกายและอาการของผู้ป่วย จะต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ
2.การดูแลโดยการผ่าตัด ซึ่งมาค่าใช้จ่ายสูงเป็นการฝังสายเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองเพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง และยังมีวิธีการปลูกถ่ายเซลล์สมองให้สร้างสารโดพามีนแทนเซลล์สมองที่ตายไปแล้ว ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้แบบปกติ งดการกินยา หรือลดขนาดของยาลงได้ และมีผลกระทบค่อนข้างสูงในการผ่าตัดมีภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างเยอะกว่าวิธีทั่วไป
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาพาร์กิมสัน

เครดิตบทความจาก : https://www.youtube.com/watch?v=-nhx8zE7SgA

Tags : สมุนไพรรักษาโรคพาร์กิมสัน, ประสบการณ์ผู้ป่วย, โรคพาร์กิมสัน

12
โรคความดันโลหิตสูง เกิดขึ้นได้อย่างไร
            โรคนี้หลายคนไม่ทราบว่าเป็นโรคที่อันตรายเยอะแยะๆ คนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ค่อนข้างเยอะ แพทย์หลายท่านเรียกโรคนี้ว่าเป็น เพชฌฆาตเงียบ หลายคนที่เป็นโรคนี้แต่ไม่ทราบเมื่อไปทำอะไรหักโหมหนักเยอะแยะเข้าแล้วเกิดวูบกลางอากาศทำให้เสียชีวิตกะทันหัน หลายๆบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านก็เกิดขึ้นเป็นโรคความดันโลหิตสูงกันหลายคน ก็แนะนำให้ปกป้อง ท่านมากมายๆ และระวังไม่ให้ท่านเครียดหรือพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้โรคนี้กำเริบได้ บุตรหลานที่อยากรู้จักโรคนี้เยอะแยะขึ้นเรามาทำความรู้จักกันเลยค่ะ
            ที่มาของโรคความดันโลหิตสูง

  • ส่วนหนึ่งมาจากกรรมพันธุ์ หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้เยอะกว่าคนปกติ
  • เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้วก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ง่ายเพราะจะทำให้เกิดขึ้นการอักเสบของหลอดเลือด และลดการทำงานของไต ทำให้ระบบถ่ายเลือดกรองเลือดเสียหายหนักมาก
  • โรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกินค่าปกติ ทำให้เราหายใจไม่คล่องได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ
  • สูบบุหรี่ เพราะสารพิษจะทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบตัน
  • กินอาหารเค็มอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเป็นโรคไต
  • ขาดการออกกำลังกายทำให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เกิดขึ้นความเสี่ยงได้สูง
  • ทานยาประเภทสเตียรอยด์แบบติดต่อกัน
สภาพของโรคความดันโลหิตสูง
            โรคนี้ไม่มีสภาพเตือนล่วงหน้าเลย ในบางครั้งผู้ป่วยก็เสียชีวิตในทันที เพราะไปหาหมอไม่ทัน เพราะฉะนั้นควรหมั่นไปตรวจสุขภาพบ่อยหากมีสภาพเสี่ยงในข้างต้น
การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

  • กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นทานผักและผลไม้ ให้ครบทุกวัน ทานในปริมาณที่เหมาะสม
  • ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ ทุกวัน
  • หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทุกวัน แต่ไม่ควรออกกำลังกายจนฝืนร่างกาย
  • หมั่นไปตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี
  • ไม่เครียด ไม่คิดมาก รักษาสุขภาพจิตใจดีอยู่เสมอ
การรักษาโรคความดันโลหิตสูง
            แนวทางการฟื้นฟู โรคความดันโลหิตสูงหลังจากไปพบแพทย์แล้วมีสภาพโรคความดันโลหิตสูง แพทย์จะให้ยาน้อยความดันโลหิต เพื่อดูแลและควบคุมความดันโลหิต เพื่อปกป้องผลข้างเคียงจากโรคความดันโลหิตสูง ละคอยปกป้องประคับประคองสภาพ ซึ่งยาลดลงความดันโลหิตมีหลายประเภทใช้แตกต่างกันตามอาการการฟื้นฟูที่ดีที่สุดคือไม่ควรน้อยลงเครียด และหมั่นพักผ่อนให้สม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล
            บ้านที่มีผู้ป่วยโรคนี้ควรหมั่นฟื้นฟูผู้ป่วยเสมอ ไม่ควรปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียว เพราะโรคนี้หากปรากฏจะมีอาการกำเริบขึ้นมาก็วูบไปเลยโดยไม่มีสภาพเตือนใดๆ ดูแลคนที่คุณรักด้วยนะคะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.youtube.com/watch?v=m3WqM8N7LjY

Tags : สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง

13
โรคเครียด ปัญหาของคนรุ่นใหม่
            โรคเครียดเป็นโรคที่เป็นขึ้นในสังคมสมัยใหม่นี่ ในประเทศไทยพบว่ามีอัตราผู้ป่วยโรคเครียดสูงกว่าปกติ โรคเครียดนี้เราเชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากเป็นกันนักหรอก โรคเครียดเกิดขึ้นการที่คนเราต้องมีภาระเยอะแยะ ต้องคิดหนัก และตัดสินใจ เรื่องราวต่างๆในชีวิตล้วนนำพามาซึ่งความเครียดให้คนหนึ่งได้มากเพราะหากเราเครียดขึ้นมาจะยิ่งทำให้จิตใจย่ำแย่ลงไปหลากหลาย จนบางคนถึงขั้นตัดสินใจอะไรผิดลงไป จิตใจย่ำแย่ไม่พอร่างกายของเราก็จะทรุดโทรมลงไปด้วย เพราะนอนไม่หลับ คิดวนไปวนมา จนปวดหัว โรคเครียดเป็นต้นเหตุของโรคหลากหลายตามมา
            ต้นเหตุของโรคเครียด
            โรคเครียดส่วนใหญ่มักจะมีเริ่มเป็นสาเหตุมาจากเรื่องในครอบครัว เรื่องงาน เรื่องลูก เรื่องเงิน สารพัดเรื่องที่ที่เกิดขึ้นโดนรุมเร้าในแต่ละวัน ที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้จิตใจของเราวิตกกังวล และไม่พร้อมที่จะคิดและตัดสินใจอะไรต่ออีก ในบางครั้งเราเครียดก็อาจจะไม่รู้ตัวมากนัก โรคเครียดไม่ได้เกิดขึ้นขึ้นจากเรื่องใหญ่โตเสมอไป เรื่องเล็กก็เป็นบ่อปรากฏแห่งความเครียดได้ ความเครียดมักเกิดขึ้นจากปัญหาที่เราไม่รู้ว่าต้องจัดการมันอย่างไรนั้นเอง
            สภาพของโรคเครียด
            ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคเครียดมักจะเกิดขึ้นมีอาการปวดหัว อาการนอนไม่หลับ อาการกระสับกระส่าย สภาพรู้สึกอึดอัด ไม่มีสมาธิ สภาพปวดท้อง สภาพทานอาหารไม่ค่อยได้ อาการอาหารไม่ย่อย สภาพท้องอืด ท้องเฟ้อ จิตใจอยู่ไม่นิ่ง สภาพหายใจหอบเหนื่อยมากมาย หัวใจเต้นเร็วมากมายขึ้น สภาพมื้อเย็นเท้าเย็น อาการร่างกายเริ่มตึง เมื่อยกล้ามเนื้อทุกส่วน และหากคิดมากจะยิ่งทำให้ร่างกายสภาพช๊อคได้ ที่สำคัญเรื่องอารมณ์ที่ปรากฏขึ้นลงๆ ทำให้คนรอบข้างกลัวหรือไม่กล้าคุยด้วย และอาจจะมีนิสัยที่เริ่มเปลี่ยนไป อาจจะขี้บ่นมากขึ้น สร้างความกดดันให้คนในครอบครัว จนทำให้คนอื่นๆเครียดตามไปด้วย เป็นปัญหาที่อาจจะทำให้คนในครอบครัวแตกแยกกัน
            การฟื้นฟูโรคเครียด
            หมั่นพูดคุยกับคนในครอบครัว มีปัญหาอะไรก็ปรึกษากัน อย่าคิดมาก หมั่นนั่งสมาธิ ปล่อยให้จิตใจสงบ ทานอาหารที่มีประโยชน์ที่มีผลช่วยลดลงความเครียด หัดมองโลกในแง่บวก อย่าไปคิดในแง่น้อยลงจนเกินไป หมั่นไปคลายเครียดให้สม่ำเสมอ ไปวัดทำบุญ ออกกำลังกายเพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์อย่าปล่อยให้ตัวเองว่างเพื่อที่จะได้ไม่มีลดเวลาคิดฟุ้งซ่าน
            การฟื้นฟูโรคเครียด
            เราสามารถฟื้นฟูโรคได้โดยตัวเราเอง คือจัดการปัญหาทั้งหมดของตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจเผชิญกับปัญหา สู้จนกว่าจะหมดปัญหาน้อยลงลงไป การหนีปัญหา เพื่อลดความเครียดทั้งหมดให้หายไป เมื่อเราแก้ปัญหาได้แล้วเรื่องราวที่ทำให้เราเครียดก็จะน้อยลงไป ควรรักษาสุขภาพจิตไม่ให้กังวลและเครียดอยู่เสมอนะคะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาเครียด

เครดิตบทความจาก : https://www.youtube.com/watch?v=wPOI3pdQPso

Tags : สมุนไพรรักษาโรคเครียด, วิธีรักษาโรคเครียด

14
เสริมสวย สุขภาพ / ริดสีดวง
« เมื่อ: 03-11-2017 , 07:26:02 »
ริดสีดวง ภัยร้ายที่อาจจะข่มเหงชีวิตคุณ
 
ในยุคปัจจุบันที่ความตึงเครียดจากสภาวะต่าง ๆ ส่งผลให้เรามีเวลาใส่ใจในสุขภาพของตนเองน้อยลงส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตามมามากมายหลายโรค  อีกหนึ่งความเจ็บป่วยที่เป็นปัญหาสำหรับคนหลายช่วงวัยนั่นก็คือโรคริดสีดวงทวาร ที่สร้างความกังวลใจให้คนหลาย ๆ กลุ่มที่ประสบปัญหานี้ และเนื่องจากว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่ไม่มีเวลาในการดูแลตัวเอง หรือใส่ใจในสุขภาพ  กลุ่มคนที่มีอาการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูก หรือท้องเสีย  เป็นเหตุให้การขับถ่ายแต่ละครั้งจะต้องใช้แรงกระตุ้นเพื่อให้เกิดการขับถ่าย  กลุ่มคนที่ทานอาหารประเภทกากใย หรือเส้นใยน้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวัน ล้วนส่งผลกระทบเกิดอาการดังกล่าวได้ทั้งสิ้น และนอกจากนั้นเรื่องของการดูแลสุขภาพที่ไม่ดีพอ โรคนี้ยังสามารถเกิดในลักษณะการถ่ายทอดเป็นพันธุกรรมกับกลุ่มบุคคลที่มีคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้  กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มี หรือสูญเสียลิ้นในเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก หรือแม้แต่กระทั่งกลุ่มของสตรีที่มีครรภ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนและความดันในร่างกายหรือแม้แต่ความอ้วนมีน้ำหนักตัวเกินก็สามารถเกิดอาการของโรคนี้ได้ด้วย
 
จากสาเหตุข้างต้น ผู้อ่านหลายท่านอาจกำลังสงสัยว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างใด แล้วจะหลบเลี่ยงการเกิดภาวะดังกล่าวนี้ได้อย่างไร บทความนี้จะเป็นเหตุให้เราเข้าใจถึง โรคริดสีดวงมากขึ้น
 
โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids หรือ Piles) เป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก ลักษณะโดยทั่วไปจะมีติ่งเนื้อประมาณ 1 เซนติเมตรยื่นออกมาบริเวณปากทวารหนัก หรือที่เรียกว่าโรคริดสีดวงภายนอก (External hemorrhoids) ลักษณะอาการจะเริ่มต้นจากมีเลือดออกเวลาที่ขับถ่าย  ก่อนและหลังจากจะมีหัวยื่นออกมาสามารถใช้นิ้วดันกลับไปได้ จนสุดท้ายจะมีหัวของริดสีดวงยื่นออกมาตลอดเวลา และชนิดที่ซ่อนอยู่ภายในรูทวารหนักที่เรียกว่าริดสีดวงภายใน(Internal hemorrhoids) โดยมองหรือคลำดูจะไม่ทราบ เมื่อถ่ายอุจจาระก้อนริดสีดวงทวารหนักจะโผล่ออกมาแล้วหดกลับไปได้เอง ระยะต่อมาเมื่อขับถ่ายจะมีก้อนริดสีดวงออกมาแต่จะไม่หดกลับเข้าไปเองต้องใช้นิ้วดันกลับเข้าไปภายใน และสุดท้าย หัวริดสีดวงจะยื่นออกมาอยู่ภายนอกและไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้  ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการบวมของเนื้อเยื่อหลอดเลือด (Vascular structures) ที่ประกอบด้วยหลอดเลือดดำ หลอดเลือดแดง และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันภายในบริเวณทวารหนักและรอบ ๆ ปากทวารหนัก ซึ่งโดยปกติแล้วเนื้อเยื่อกลุ่มนี้จะทำหน้าที่ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อทวารหนักเวลาที่มีการขับถ่าย
 
การหลบเลี่ยงการเกิดโรคนี้ ทำได้ง่าย ๆ แค่ดูแลเรื่องการกินอาหารให้มีกากใยเพียงพอ ดื่มน้ำให้พอเพียง บริหารร่างกายสม่ำเสมอ ฝึกในเรื่องการขับถ่ายเป็นประจำและเป็นเวลา ไม่อ่านหนังสือขณะขับถ่าย ไม่นั่ง หรือยืนนานเกินไป สำหรับท่านที่ตั้งครรภ์ควรจะฝึกนอนตะแคง หลบเลี่ยงท่านอนหงาย เพื่อเป็นเหตุให้ขับถ่ายดียิ่งขึ้น
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาริดสีดวง

เครดิต : https://www.youtube.com/watch?v=hypkEtXCUlc

Tags :  ประสบการณ์ผู้ป่วย

15
โรคมะเร็งลำไส้ ภัยร้ายที่เรามองไม่เห็น
            หากเราจะพูดถึงโรคมะเร็งลำไส้เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้จักโรคนี้ เพราะอาการของโรคนั้นจะคล้ายๆกับโรคริดสีดวงทวารหนัก แต่สภาพนั้นไม่เหมือนกัน โรคมะเร็งลำไส้นั้นอันตรายกว่า และหากเราฟื้นฟูไม่ทันท่วงทีก็อาจะทำให้เสียชีวิตได้ มะเร็งลำไส้เป็นมะเร็งที่ปรากฏในบริเวณลำไส้ใหญ่ หรือ ช่วงช่องทวารหนัก เป็นมะเร็งตัวหนึ่งที่อันตรายมาก มะเร็งนี่ปรากฏมาจากการพัฒนาจากเซลล์ที่ผลิตเยื่อเมือกในลำไส้ หรืออาจจะเป็นมาจากติ่งเนื้อในลำไส้ สาเหตุที่ทำให้เริ่มเป็นมะเร็งลำไส้แบบชัดเจนนั้นคาดว่าเริ่มเป็นจากการที่ร่างกายพยายามขับติ่งเนื้อหรือเมือกลำไส้ออก แต่มันเกิดขึ้นกลายเป็นการอักเสบแทน
            ต้นเหตุของการเกิดมะเร็งลำไส้
            แม้ว่าเราจะไม่พบสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้นโรคนี้อย่างแท้จริง แต่เราสามารถคำนวณได้ว่าอาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงเรื่อง อายุหากมากกว่า 50 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงสูง พันธุกรรม มีโรคติ่งเนื้อในลำไส้ เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มีโรคอ้วนรวมอยู่ด้วย รับประทานอาหารที่มีไขมันและเนื้อแดงมากเกินไป ดื่มเหล้าจัด สูบบุหรี่จัด และเคยมีประวัติการฉายแสงในบริเวณอุ้งเชิงกราน
            สภาพของโรคมะเร็งลำไส้

  • หากขนาดของติ่งเนื้อ และเนื้องอกอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายก็จะปวดมาก
  • มีอาการน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการปวดท้อง มากและน้อย เป็นบางครั้งคราว
  • มีอาการปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย
  • มีสภาพท้องเสีย
  • มีสภาพท้องผูก
  • มีอาการซีด เนื่องจากเลือดออกนาน
  • มีอาการเลือดหรือมูกปนออกมากับอุจจาระ
การปกป้องโรคมะเร็งลำไส้
โรคนี้เป็นโรคที่เป็นเกี่ยวเนื่องกับระบบขับถ่าย การดูแลโรคนี้คือการหมั่นทานอหารที่มีประโยชน์ มีกากใยสูง รับประทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอ หมั่นออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง รับประทานอาหารหรือวิตามินเสริมประเภทวิตามิน A B เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็ง
การรักษาโรคมะเร็งลำไส้
การฟื้นฟูจะต้องวินิจฉัยก่อนว่าโรคนี้มีความรุนแรง และมีตำแหน่ง และขนาดของก้อนมะเร็ง รวมทั้งอายุและสุขภาพของผู้ป่วยเองด้วย เพราะในบางครั้งการเลือกวิธีดูแลผิดอาจจะทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ขึ้น และทรุดลงได้เสมอ ส่วนวิธีการฟื้นฟูนั้นมีอยู่ 2 แบบนั้นก็คือ

  • ปกป้องการผ่าตัด ในกรณีที่เป็นระยะเริ่มต้น และมีอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคแทรกซ้อนอะไร ที่สำคัญอายุยังน้อยอยู่สามารรับความเสี่ยงอื่นๆที่จะตามมาได้


2.เคมีบำบัด และรังสีปกป้องในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการค่อนข้างรุนแรง แต่ผู้ป่วยจะต้องมีอายุน้อย เพราะสารเคมีและรังสีมีผลกระทบต่อสุขภาพค่อนข้างเยอะและจะต้องปกป้องในระยะเวลานานกว่าจะหายดี และทำให้สารเคมีตกค้างในร่างกายลดน้อยลงที่สุดด้วย
            โรคมะเร็งลำไส้แม้จะเป็นโรคอันตรายแต่เราสามารถรักษาได้ หมั่นทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผักและผลไม้เยอะๆ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้แล้วค่ะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษามะเร็งลำไส้

เครดิตบทความจาก : https://www.youtube.com/watch?v=IRIo4h7_Wtk

Tags :  โรคมะเร็งลำไส้, รักษาโรคมะเร็งลำไส้

หน้า: [1] 2